อันตราย ติดหน้าจอ เสี่ยงการเป็นต้อกระจก

อันตราย ติดหน้าจอ เสี่ยงการเป็นต้อกระจกจ้องหน้าจอวันละหลายชั่วโมง มีโอกาสเกิดต้อกระจกได้เร็วขึ้น แต่มีวิธีป้องกันตัวเองและดูแลสุขภาพสายตาด้วยเคล็ดลับเหล่านี้ ก็ช่วยลดปัญหาทางสายตาที่อาจจะเกิดขึ้นได้  มาดูกันค่ะ อ่านเพิ่มเติม

9 อาหารสีแดง ที่ต้องลอง ได้ประโยชน์เพียบ

9 อาหารสีแดง ที่ต้องลอง ได้ประโยชน์เพียบ

 

สีแดงเป็นสีแห่งความรัก ถ้าใครรักสุขภาพ และอยากมีสุขภาพแข็งแรง ต้องห้ามพลาดอาหารสีแดงน่าเลิฟเหล่านี้เลยนะ
อ่านเพิ่มเติม

เล่นสมาร์ทโฟนเป็นประจำ สามารถช่วยพัฒนาประสาทสัมผัสได้ ดูเลย

เล่นสมาร์ทโฟนเป็นประจำ สามารถช่วยพัฒนาประสาทสัมผัสได้ ดูเลยสมองของเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แล้วรู้หรือไม่ว่าแค่การเล่นโทรศัพท์ก็ทำให้สมองเกิดการพัฒนาและสามารถเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน อ่านเพิ่มเติม

มะเขือเทศ ผลไม้เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย

มะเขือเทศ ผลไม้เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย

 

มะเขือเทศ ผลไม้เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย 
          หลายคนทราบดีว่า มะเขือเทศ เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะสารไลโคปีน ที่ทำหน้าที่ปกป้องการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกาย และป้องกันโรคร้ายต่าง ๆ…
          “แววตา เอกชาวนา” นักโภชนาการบำบัดและผู้เชี่ยวชาญเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ อธิบายว่า “ไลโคปีน” (Lycopene) จัดเป็นสารประกอบที่พบมากในผลไม้สีแดง ได้แก่ มะเขือเทศสุก เกรปฟรุต แตงโม มะละกอ ส้ม ฝรั่งสีชมพู (ยกเว้นสตรอว์เบอร์รีและเชอร์รี) และโดยเฉพาะในฟักข้าวมีไลโคปีนสูงมาก
          คุณสมบัติของไลโคปีนคือจะแตกตัวออกมาจากเนื้อเยื่อได้ดีเมื่อผ่านความร้อน ดังนั้นไลโคปีนในมะเขือเทศจึงเป็นที่นิยมมากกว่าผลไม้ชนิดอื่น เพราะสามารถนำไปปรุงอาหารเพื่อรับประทานและทำให้ร่างกายของเราได้รับไลโคปีนอย่างเพียงพอในแต่ละวันได้
กระแสการดื่มน้ำมะเขือเทศ
มะเขือเทศ ผลไม้เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย
ปัจจุบันคนรักสุขภาพจำนวนมากหันมาให้ความสนใจเรื่องการดื่มน้ำมะเขือเทศ อาจารย์แววตาแนะนำว่าการดื่มน้ำมะเขือเทศให้ได้ประโยชน์สูงสุดนั้น มีให้เลือก 2 แบบ คือ ดื่มก่อนอาหาร (ท้องว่าง) โดยหยดน้ำมันลงในน้ำมะเขือเทศเพื่อช่วยในการดูดซึมของร่างกาย และดื่มหลังอาหาร เช่น เรากินก๋วยเตี๋ยวหรือข้าวผัด ในอาหารเหล่านี้จะมีน้ำมันอยู่แล้ว ก็สามารถดื่มน้ำมะเขือเทศตามได้ทันที โดยไขมันในอาหารที่กินเข้าไปจะช่วยในการดูดซึมไลโคปีนได้ดีมากขึ้นนั่นเอง
          นอกจากนี้น้ำมะเขือเทศยังให้พลังงานต่ำ น้ำตาลน้อย ดื่มแล้วไม่อ้วน ผู้ป่วยเบาหวานจึงสามารถรับประทานได้
ป่วย “โรคไต” ไม่ควรดื่มน้ำมะเขือเทศ

อ่านเพิ่มเติม

ชาร์จแบตในห้องนอนทำให้น้ำหนักเพิ่ม ภัยเงียบที่มาแบบไม่รู้ตัว

ชาร์จแบตในห้องนอนทำให้น้ำหนักเพิ่ม ภัยเงียบที่มาแบบไม่รู้ตัวการชาร์จแบตมือถือในห้องนอนอาจทำให้อ้วนแบบไม่รู้ตัว ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เลี่ยงพฤติกรรมแบบนี้โดยด่วน อ่านเพิ่มเติม

ชาเขียว ดื่มแล้วได้ประโยชน์เต็ม ๆ

ชาเขียว ดื่มแล้วได้ประโยชน์เต็ม ๆจากสำนักต่าง ๆ มักจะแนะนำให้ดื่มชาเขียว มีข้อมูลว่าชาเขียวช่วยป้องกันโรคหัวใจและมะเร็งได้ เริ่มอยากรู้แล้วว่า ชาเขียว มีประโยชน์มากขนาดนั้นเชียวหรือนี่ มาดูกัน อ่านเพิ่มเติม

ภัยเงียบจากกล่องโฟม… กินสะดวกแต่ตายเร็ว

หลายคนส่วนใหญ่ใช้โฟมในการใส่อาหารใช่ไหมล่ะ เพราะสะดวกสบาย รวดเร็ว กินที่ไหนก็ได้ ประหยัดเวลาเยอะ

    แต่เพื่อน ๆ เชื่อหรือไม่คะว่า ในความสะดวกสบายในการใช้กล่องโฟมก็แฝงไปด้วยภัยร้ายที่อาจคร่าชีวิตคุณได้ในที่สุด

 

โดย นพ.วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านบรรจุภัณฑ์ บริษัทบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม ได้ให้ความรู้ว่า

กล่องโฟมที่ใช้ตามท้องตลาดทั่วไป (Styrofoam) เป็นของเสียเหลือทิ้งสีดำ ๆ จากกระบวนการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ประกอบด้วยสารสไตรีน (Styrene) มีโครงสร้างโมเลกุลคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ในเพศหญิง

              อาหารตามสั่งที่บรรจุกล่องโฟม จึงเป็นแหล่งสะสมสารสไตรีน ซึ่งเป็นสารที่ออกฤทธิ์ทำให้สมองมึนงง สมองเสื่อมง่ายหงุดหงิดง่าย มีผลทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ และเป็นสารก่อมะเร็งอีก 3 ชนิด ถ้าเป็นผู้ชายรับประทานเข้าไปมาก ๆ มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ขณะที่ผู้หญิงมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านม และทั้งสองเพศมีโอกาสสูงต่อการเป็นมะเร็งตับ แม้จะไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำก็ตาม

สำหรับสไตรีน ถือเป็นสารอันตรายที่สหรัฐฯ เพิ่งประกาศขึ้นบัญชีสารก่อมะเร็ง หญิงมีครรภ์ที่รับประทานอาหารบรรจุในกล่องโฟม ลูกมีโอกาสสมองเสื่อมเป็นเอ๋อ อวัยวะบางส่วนพิการ  ส่วนคนทั่วไปถ้ารับประทานอาหารที่บรรจุกล่องโฟมทุกวัน วันละอย่างน้อย 1 มื้อ ติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งสูงกว่าคนปกติถึง 6 เท่า

 

กล่องโฟม

 

      ทั้งนี้ ผู้บริโภคมีโอกาสได้รับสารสไตรีนในกล่องโฟมได้ง่ายถึง 5 ปัจจัยได้แก่

                1. อุณหภูมิที่ร้อนขึ้นหรือเย็นลง ทำให้สไตรีนซึมเข้าสู่อาหารได้สูง

    2. ถ้าปรุงอาหารโดยใส่น้ำมัน น้ำส้มสายชูแอลกอฮอล์ จะดูดสารสไตรีนจากกล่องโฟมได้มากกว่าปกติ

    3. ถ้าซื้ออาหารใส่กล่องทิ้งไว้นาน ๆ ไม่ได้รับประทาน อาหารจะดูดสารสไตรีนได้มา

    4. ถ้านำอาหารที่บรรจุโฟมเข้าไมโครเวฟ สไตรีนจะไหลออกมาในปริมาณมาก

    5. ถ้าอาหารสัมผัสพื้นที่ผิวกล่องโฟมมาก ๆ รวมถึงร้านไหนตัดถุงพลาสติกใสรองอาหาร ขอบอกว่าได้รับสารก่อมะเร็ง 2 เด้ง ทั้งสไตรีนและไดออกซินจากถุงพลาสติกเลยทีเดียว

     

                นพ.วีรฉัตร กล่าวเตือนด้วยว่า อาหารตามสั่งหรือข้าวราดแกงกับไข่ดาวหรือไข่เจียวร้อน ๆ อาจจะไปละลายผนังกล่องโฟม เสมือนรับประทานอาหารคลุกสไตรีนไปด้วย ถึงกระนั้นไข่ดิบที่วางขายในแผงไข่พลาสติก สารสไตรีนมีโอกาสวิ่งเข้าในเปลือกไข่ได้เช่นกัน  ถ้าเลือกไข่ดิบควรเลือกซื้อจากแผงไข่กระดาษจะปลอดภัยที่สุด